21 กุมภาพันธ์ 2555

ร้านคิงคองบุฟเฟต์ แพงแต่อร่อย

ร้านคิงคอง ร้านอาหารปิ้งย่าง สไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น 
ตั้งอยู่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลมหรือที่เราเรียกกันว่าซอยหลังสวนนั่นเอง 
ราคาต่อหัว ๔๕๐ บาท สามารถกินได้ ๒ ชั่วโมง

เมนูอาหารของทางร้าน มีทั้ง ข้าวสวย ข้าวผัดกระเทียม ซุปคิงคอง 
สำหรับอาหารปิ้งย่างก็มี  กุ้ง เนื้อสัน เนื้อติดมัน เนื้อลาย 
และยังมีเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาหมึก ปลาแซลมอน และผักต่างๆ
มีน้ำจิ้มรสเด็ด พร้อมกับน้ำซุปที่กลมกล่อม รวมถึงเครื่องดื่มและขนมหวาน

บรรยากาศหน้าร้านคิงคอง

ฉันได้มีโอกาสไปกินร้านนี้มา เพราะเป็นวันเกิดของพี่คนหนึ่งที่โบสถ์ 
ไปกินแล้วติดใจมาก อาหารอยู่ในเกรดที่ดี 
บางคนอาจจคิดว่าราคาต่อหัวค่อนข้างแพง
แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพของอาหารแล้วถือว่าไม่แพงเลย

ฉันกับพี่ ๆ ที่โบสถ์ ไปกินกันแล้วติดใจมาก


ฉันเป็นผู้หญิงกรุ๊ป A

 ฉันเป็นผู้หญิงกรุ๊ป A ที่......
มีความคิดสร้างสรรค์ แต่มักไม่ได้ริเริ่ม 
เป็นพวกที่ชอบคิดว่าคนอื่นคงไม่เข้าใจ ก็เลยไม่อธิบาย
ชอบอ่านนู่นอ่านนี่ เช่น ฉลากบนขวดแชมพูเวลาอาบน้ำ
ชอบพูดคนเดียว บ่นงึมงำ
ไปร้านอาหารไหนครั้งแรกจะมีปัญหากับการเลือกทานมาก มันเยอะแยะไปหมด อะไรเด็ดน้า~ สุดท้ายก็สั่งอาหารง่ายๆแทน "ข้าวไข่เจียวค่ะ"
มักเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ ต้องฟังคนอื่นบ่นให้ฟัง "เอ่ออ.. จ้าๆ สู้ๆนะ"
เวลาโมโหอะไรแล้วจะทำอะไรออกมา ไม่เป็นงานเลย
เป็นอันดับต้น ๆ ของคนประเภทน่า แกล้ง
ชอบดีใจอะไรอยู่คนเดียว ในใจโลดโผน มีความสุขกับอะไรเล็กๆในโลกของเรา
ถ้ากินของอร่อยแล้วจะแนะนำให้เพื่อน ถ้าเพื่อนบอกว่าอร่อยจะภูมิใจมาก
ไม่ชอบปล่อยอะไรให้ค้างคาใจ
เรื่องเล็ก ๆ ก็ต้องวางแผนด้วย เพราะเราเป็นคนที่คิดอย่างเป็นระบบต่างหาก
เพราะเป็นคนมีเหตุผลพอ จึงรับฟังเหตุผลคนอื่นด้วย

Sakura House ร้านลึกลับ ณ ข้าวสาร

ร้านอาหารญี่ปุ่น แสนลึกลับ ตั้งอยู่บนตึกแปลก ๆ ตึกหนึ่งที่ถนนข้าวสาร
หากใครที่ไม่ได้ไปกับคนที่รู้จักเส้นทางไปร้านเป็นอย่างดี
อาจหลงทาง หรือหาร้านไม่เจอก็เป็นได้

ฉันได้มีโอกาสไปกินที่ร้านนี้ เพราะพี่ที่โบสถ์คนหนึ่งพาไป อาหารรสชาติพอใช้
ราคาเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นอื่น ๆ ตามท้องตลาดทั่วไป มีเมนูมากมายให้เลือก

ไปกินร้านนี้รู้สึกสนุกมาก ที่สนุกไม่ใช่เพราะร้านมีกิจกรรมอะไรให้ทำ แต่สนุกเพราะทางเดินที่จะหาร้านเจอนี่ช่างลึกลับเสียยิ่งกระไร ต้องเดินเข้าไปหลังตึก ๆ หนึ่ง แล้วเดินขึ้นชั้นบนไปเรื่อย ๆ ผ่านร้านทำฟันผ่านผนังโทรม ๆ เดินไปจนเจอร้านที่อยู่ชั้นบน 

..... หาร้านให้เจอกันนะคะ ...... 

^_____________^


ฉันอยากเป็นนักข่าว


ตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาคุณครูหรือใคร ๆ ถามว่า ฉันอยากเป็นอะไร
ฉันเองไม่เคยคิดอยากเป็นพวกคุณครู
คุณหมอ พยาบาล หรืออาชีพที่เด็ก ๆ คนอื่น ๆ คิดเลย ฉันอยากเป็นนักข่าวมาตั้งแต่เด็ก
แล้วจนมาถึงตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงความฝันเลย

ฉันชอบดูข่าว ชอบอ่านข่าว ชอบรู้เรื่องราวความเป็นไปต่าง ๆ ในโลกมาตั้งแต่เด็ก ๆ
และยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งชอบอ่านหนังสือประเภทอื่น ๆ มากขึ้น ทำให้แนวทางในชีวิตเริ่มชัดขึ้นคือ
รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานกับกระดาษมากกว่างานที่เป็นสื่อประเภทอื่น ๆ
เลยเริ่มชัดเจนในตัวเองว่า ฉันอยากเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์

เมื่อฉันชัดเจนในตัวเองแล้ว ฉันก็มุ่งหน้าไปสู่ทางที่เป็นความฝันมาตลอด
คือเลือกสอบเข้าเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาวารสารศาสตร์
และสุดท้ายฉันก็ได้เรียนวารสารสมดังใจ

ในวิชาเอกที่ฉันเรียน ทุกวิชาที่เรียนรู้ ฉันชอบ ฉันมีความสุข และอยากที่จะเรียนรู้มากขึ้น
ฉันเข้าใจแล้ว กับคำที่ใคร ๆ บอกไว้ว่า "ทำในสิ่งที่รักแล้วจะมีความสุข"
ตอนนี้ฉันมีความสุขกับทางที่ตัวเองเลือกจริง ๆ

ชีวิต 150 เซนติเมตร


ชีวิต 150 cm หนังสือที่เจอโดยบังเอิญที่ร้านคิโนะ แว๊บแรกที่เห็นก็สะดุดตาเลยทีเดียว เอ๊ะ สูงพอ ๆ กับเราเลยยยย พอเปิดดูก็ติดหนึบวางไม่ลง บวกกับกำลังลดราคาเลยซื้อมาไว้ในครอบครองทั้ง ๓ เล่ม


การ์ตูนเรื่องนี้ Naoko เล่าถึงชีวิตของตัวเธอเองกับความสูงที่ด้อยกว่าชาวบ้านชาวช่องตั้งแต่เด็ก จนความสูงมาอยู่ที่ 150 เซนติเมตร แล้วก็ติดแหงกอยู่อย่างนั้นจนถึงปัจจุบัน

การ์ตูนเล่มนี้เล่าถึงเรื่องคอยรบกวนจิตใจมนุษย์ 150 เซ็นต์อย่างเธอ ตั้งแต่เรื่องวิธีเอาตัวรอดบนรถไฟ, เรื่องใหญ่ของสาวๆ อย่างการหาชุดที่เข้ากับส่วนสูง ไปจนถึงเรื่องการงาน ด้วยน้ำเสียงเจืออารมณ์ขัน และลายเส้นน่ารัก ๆ แบบการ์ตูนผู้หญิง

นอกจากจะพูดถึงบรรดาเรื่องไม่สะดวกเหล่านั้นแล้ว ยังพูดถึงวิธีจัดการกับเรื่องเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือก หรือตัดแต่งเสื้อผ้าให้พอดีตัว หรือไม่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตกับข้อจำกัดของตัวเอง เช่น ถ้าเกาะห่วงจับบนรถไฟไม่ได้ ก็ใช้วิธีเกาะแขนเพื่อนที่กำลังเกาะห่วงอยู่ หรือไม่ก็ใช้ร่มแขวนกับห่วง แล้วเกาะร่มแทน






ฉันชอบดูมารูโกะ


มารูโกะ การ์ตูนญี่ปุ่นน่ารัก ๆ ที่ฉันหลงรัก และติดหนึบมาตั้งแต่เด็ก ๆ 
ชอบมากกว่าการ์ตูนเรื่องไหน ๆ 
อาจเป็นเพราะว่ามารูโกะเป็นเด็กผู้หญิงที่มีแม่แบบนั้น มีพี่สาวแบบนั้น 
คล้าย ๆ กับครอบครัวของฉัน ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่า มารูโกะจังนี่เหมือนตัวฉันเลย ฮา ๆ ๆ 

ตอนที่ชอบที่สุด จริง ๆ ก็ชอบทุกตอน 
แต่มีตอนหนึ่งที่ฉันจำได้ไม่เคยลืม คือตอนมารูโกะ โดนคุณแม่ตัดผมแล้วออกมาเด๋อด๋า 
ดูแล้วมันช่างเหมือนกันฉันตอนเด็ก ๆ เสียจริง แอบอินไปกับมารูโกะเลย

ตอนนี้พอโตขึ้น ฉันก็ยังดูมารูโกะอยู่ ฮา ๆ ๆ 
เวลาที่ฉันเครียด ๆ งานเยอะ คิดอะไรไม่ออก หรือ ท้อแท้ 
การดูมารูโกะก็เป็นอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ฉันหายได้

ฉันรักมารูโกะจัง





Twilight


ทไวไลท์ หนังสืออีกชุดที่ฉันสะสม ไม่รู้ทำไมถึงตัดสินใจซื้อมาในตอนแรก 
ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่ดังและไม่มีใครรู้จัก 
แต่พอซื้อมาอ่านแล้ววางไม่ลง ต้องรีบไปหาซื้อเล่มต่อ ๆ ไปทันที

หลาย ๆ คนบอกว่า อ่านอะไรอ่ะ หนังสือผู้ชายแย่งผู้หญิงกัน 
ซึ่งมันก็ใช่ว่าโดยรวมของเรื่องเป็นแบบนั้น 
แต่ที่ฉันชอบคือการจินตนาการ และความแฟนซีในหนังสือ 
ที่ถ่ายทอดออกมาได้สมจริง จนฉันอินตามต่างหาก

จากการที่ทั้งอ่านและทั้งดูหนังด้วยนั้น ฉันชอบแบบที่เป็นหนังสือมากกว่า 
รู้สึกว่าตัวหนังสือถ่ายทอดออกมาได้ถูกใจฉันมากกว่า 
และเมื่ออ่านหนังสือการจินตนาการตามภาพของฉัน
บางอย่างก็ไม่ตรงกับที่หนังถ่ายทอดออกมา 


แต่ยังไงก็ตามฉันก็ซื้อซีดีหนังมาเก็บไว้อยู่ดี ฮา ๆ ๆ เพราะพระเอกหล่อจริง ๆ


ฉันรัก TinTin


ตินติน หรือ อ่านภาษาฝรั่งเศสว่า แตงแตง 
คือการ์ตูนเกี่ยวกับนักข่าวหนุ่ม ที่คอยตามข่าวทำคดีจนเหมือนนักสืบ 
เหตุผลที่ฉันชอบตินตินก็เพราะตินตินเป็นนักข่าว 
เหมือนที่ฉันอยากเป็น และจะต้องเป็นให้ได้ในอนาคต 
การดูหรืออ่านตินติน เหมือนกับมองเห็นความฝันของตัวเองโลดแล่น

 และก็ไม่มีผิดหวังเลยกับหนังการ์ตูนตินตินที่พึ่งลาโรงไปไม่นานนี้ 
ภาพสวย สมจริง สีสด สนุก ถ่ายทอดออกมาได้เหมือนกับต้นฉบับในหนังสือ

ฉันตั้งใจว่า หนังสือตินตินชุดนี้ทั้ง ๒๔ เล่ม จะต้องซื้อมาครอบครองให้ได้


หนังสือตินติน

การ์ตูนตินติน


การ์ตูนตินติน



Harry Potter หนังสือชุดโปรด


ฉันคิดว่า Harry Potter คงเป็นหนังสือในดวงใจของใครหลาย ๆ คน 
ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวแน่ ๆ 
เพราะเป็นหนังสือที่สนุก และสอนอะไรหลาย ๆ อย่าง 
รวมไปถึงความแฟนซีของหนังสือที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน 
เรียกได้ว่าเป็นเล่มแรก ๆ ที่นำเทรนด์หนังสือแนวแฟนตาซีได้เลย

จะเรียกว่าฉันโตมาพร้อม ๆ กับแฮร์รี่ก็ว่าได้ 
เพราะโตมาพร้อม ๆ กับที่หนังสือแฮร์รี่ออกวางขาย 
พัฒนาการการเติบโตของเราจึงเกือบจะพร้อมกัน 
ตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่วัยรุ่น จนเติบโตเรียนจบ เพราะฉันก็ใกล้จะจบแล้ว 

ฉันไม่สามารถนับได้เลยว่าอ่านหนังสือชุดนี้ไปกี่ครั้ง นับจนนับไม่ได้ไปแล้ว 
แต่ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้ง ความสนุก อาการลุ้น 
และหลาย ๆ อย่างก็กรุ่นอยู่รอบตัวฉันไปเสียทุกครั้ง

ยังไม่นับการดูหนังอีก บอกได้เลยว่าแต่ละภาคไม่ต่ำกว่า ๕ รอบ 

และฉันก็คิดว่า ฉันจะไม่หยุดอ่าน หรือ หยุดดูแฮร์รี่ ไม่ว่าฉันจะโตไปแค่ไหนก็ตาม

แฮร์รี่ เป็นหนังสือชุดหนึ่งที่มีส่วนให้ฉันรักการอ่านตั้งแต่เด็ก ๆ




พิซซ่าลันตา


พิซซ่าลันตา ไปกินกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ 
นับไม่ถ้วนแล้วสำหรับการไปกินพิซซ่าลันตาของฉัน 
เพราะเป็นร้านที่พี่ ๆ ที่โบสถ์มักชอบชักชวนกันไปกินเสมอ ๆ 

เมนูของร้านก็มีพิซว่าหน้าต่าง ๆ ให้เลือก 
เวลาสั่งจะต้องใช้รหัส ๓ ตัวของอาหารที่อยู่ในเมนูสั่ง 

พิซว่าจะเป็นแป้งบาง ๆ อบด้วยเตาถ่าน

แต่ก่อนร้านจะอยู่ในซอย แต่ตอนนี้ร้านย้ายออกมาตั้งริมถนนแล้ว 
ใกล้ ๆ สะพานปิ่นเกล้า ฝั่งสนามหลวง หาไม่ยากค่ะ

ราคาของอาหารในร้านเป็นราคาพอ ๆ กับของพิซซ่าทั่ว ๆ ไป

ร้านใหม่ มี ๒ ชั้น ตกแต่งสวยกว่าร้านเดิมเยอะ บรรยากาศดี 
บริเวณชั้นสามารถไปจัดงานมีทติ้งได้ด้วย มีบริเวณระเบียงให้ทำกิจกรรมสนุกสนาน

ใครที่ยังไม่เคยลองลิ้มรสชาติพิซซ่าที่อบด้วยเตาถ่านแล้วละก็ ลองแวะไปชิมดูนะคะ

ร้านเครปพันชั้น ร้านชื่อเครป แต่ขายเค้ก

เครปพันชั้น รสช็อคโกแล๊ต
ร้านเครปพันชั้น ตั้งอยู่แถวบางลำพู เป็นร้านเล็ก ๆ น่ารัก 
ราคาต่อชิ้นตกอยู่ที่ประมาณ ๙๐ บาทขึ้นไป 
เป็นเค้กคุณภาพที่เหมาะสมกับราคาจริง ๆ อร่อยมาก ๆ 
ฉันไปกินมา ๒ ครั้ง ครั้งแรกไปกับพี่ ๆ ที่โบสถ์ 
ครั้งที่ ๒ เกิดจากการติดใจมาก ๆ เลยชวนเพื่อนไปกิน 
ไปกิน ๒ ครั้ง ก็ชิมคนละเมนูกันเพื่อจะได้ลิ้มลองทุกรสให้ครบ 
แต่เมนูเด่นของร้านคงจะเป็นเครปพันชั้นนี่เอง 
ที่มีให้เลือกทั้งรสวนิลา และรสช็อคโกแล๊ต 
ครั้งแรกที่ไปฉันเคยลองรสวนิลาแล้ว ครั้งนี้ฉันจึงลองรสช็อคโกแล๊ตดูบ้าง 
สรุปแล้วสำหรับฉันก็อร่อยพอ ๆ กันทั้ง ๒ รส 
ช็อคโกแล๊ตที่ราดก็อร่อยมาก ๆ กำลังร้อน ๆ เข้ากันดีกับความนุ่มของเค้ก


เค้กสตอร์เบอร์รี่
สำหรับเค้กสตอร์เบอร์รี่ เป็นเค้กนิ่ม ๆ มีใส่สตอร์เบอร์รี่เป็นชิ้นพอคำอยู่ข้างใน 
เวลากัดโดนสตอร์เบอร์รี่แล้วรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่เข้ากันกับเค้ก 
ให้ความรู้สึกมีความสุขจริง ๆ


ทานพร้อมกับชา
แต่การทานเค้ก ถ้าจะให้ทานแล้วไม่เลี่ยน ต้องทานคู่กับชา 
ชาร้านนี้ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นของเกรดดี แต่ก็รสชาติเยี่ยมจริง ๆ



ใครผ่านไปผ่านมาแถวบางลำพู อย่าลืมลองแวะไปชิมดูนะคะ แล้วจะติดใจ

หนังสือชุด 'อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย'


แรกเริ่มเดิมที ฉันเคยอ่านหนังสือชุดนี้ตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น จากการยืมเพื่อนอ่าน จากนั้นฉันลืมไป ไม่ได้นึกถึงอีก

จนมาถึงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาจากหนังสือชุดนี้ พอได้ดูภาพยนตร์ก็เกิดความกระหาย อยากอ่านหนังสือขึ้นมา

งานหนังสือเมื่อปลายปีที่ผ่านมาจึงไปถอยหนังสือชุดนี้มาไว้ในครอบครอง ถอยมาได้ก็อิ่มอกอิ่มใจ แต่(ไม่)อิ่มท้อง เพราะราคาทั้งชุดก็ทำให้กระเป๋าแห้งได้เลย

สำหรับฉันแล้วนั้น ไม่ว่าหนังสือจะแพงเท่าไหร่มันก็มีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไร ประเภทไหนก็ตาม ฉันคิดว่าการอ่านหนังสือช่วยเกลาชีวิตเราได้

ถ้าต้องเลือกระหว่างอิ่มใจกับอิ่มท้อง ส่วนใหญ่ฉันมักจะตัดสินใจเลือกอิ่มใจเพราะหนังสือมากกว่า อิ่มท้องเพราะอาหารทุกที ตัดสินใจได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องคิดนานเลย กับหนังสือแล้ว หมดเท่าไหร่เท่ากัน ไม่เคยเสียดาย ^^



แฟนคลับนิยายของดวงตะวัน

ตั้งแต่ช่วงมัธยมมา ฉันยิ่งเริ่มชอบอ่านหนังสือมากขึ้น ตอนแรก ๆ ฉันก็อ่านพวกวรรณกรรมเยาวชน แต่พออ่านไปสักพักก็ถึงจุดอิ่มตัว เริ่มหันมาอ่านนิยายแทน

ฉันชอบอ่านนิยายไทยมากกว่านิยายอื่น ๆ นิยายที่เป็นผลงานของ กฤษณา อโศกสิน ว.วินิฉัยกุล ทมยันดี ประภัสสร กิ่งฉัตร และอีกมากมาย

แต่ก็ไม่มีนิยายของนักเขียนนท่านใดที่ฉันจะชอบ และเก็บสะสมผลงานไว้เกือบทุกเล่ม เหมือนนักเขียนที่มีนามปากกาว่า 'ดวงตะวัน' หรือที่บรรดาแฟนคลับตัวจริงรู้ว่า ชื่อจริงของท่านคือ 'ขวัญใจ เอมใจ' 


ฉันอ่านนิยายของคุณเจ้ ชื่อฉายาที่สาว ๆ แฟนคลับชอบเรียกมาทุกเล่ม ชอบทุกเล่ม โดยเฉพาะหนังสือชุด ธิโมส์ เมืองสมมติที่เหมือนจริงจนหลงเชื่ออยากจะย้ายไปอยู่ที่นั่น 


ฉันชอบภาษาในการเขียน ชอบมุมมองการมองโลก ชอบการดำเนินเรื่อง ชอบวิธีการเขียน และชอบทุก ๆ อย่างที่เป็นผลงานของดวงตะวัน ตอนนี้ฉันมีผลงานการเขียนของดวงตะวัน ๒๕ เล่มแล้ว 

บางเล่มก็อ่านไปแค่ ๒-๓ รอบ แต่บางเล่มอ่านเป็น ๑๐ รอบเลยทีเดียว ^^


ขอบคุณภาพสวย ๆ จากเว็บดวงตะวันค่ะ

ได้ที่ฝึกงานแล้ว


หนังจากที่วุ่นวายมาเกือบเดือน ในที่สุดฉันก็หาที่ฝึกงานได้แล้ว คือที่ เดลินิวส์ นั่นเอง รู้สึกดีและมีความสุขที่ได้ฝึกงานในสิ่งที่ตัวเองรัก ได้ทำข่าวหนังสือพิมพ์

แม้จะไม่รู้ว่า หลังจากฝึกงานจบจะได้งานทำต่อที่นี่ไหม แต่แค่ได้ฝึกงานเป็นเวลาถึง ๓ เดือน เพื่อเรียนรู้ เพื่อพัฒนา เพื่อฝึกฝน ในการทำสิ่งที่ตัวฉันเองมีความสุข ฉันคิดว่าแค่นี้ก็คุ้มแล้วจริง ๆ

Sub Editor ของ นสพ. กำแพงแดง


 
เมื่อเรียนวารสารศาสตร์ สิ่งที่พวกเราจะต้องพบเจออย่างแน่นอน
คือ การทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ
และเทอมนี้ฉันก็ได้พบเจอแล้ว การทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ
โดยส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ จะทำกันตั้งแต่ปี ๑ คือ คอยช่วยเหลือรุ่นพี่ในการทำก่อน
 แต่สำหรับพวกฉัน เราต้องทำเองโดยไม่เคยฝึกมาก่อนเลย
และมาทำในตอนปี ๓ เทอม ๒ ซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายในมหาวิทยาลัยแล้ว
เพราะฉันเรียนเพียง ๓ ปีครึ่ง และเทอมหน้าฉันก็จะต้องฝึกงาน

การทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติโดยไม่เคยฝึก เคยทำมาก่อน
เป็นเรื่องที่ยาก ยากมาก ฉันและเพื่อน ๆ ในห้อง
เคยทำแค่นิตยสารเท่านั้น เราไม่มีความรู้อะไรเลย

หน้าที่ในการทำ หนังสือพิมพ์ 'กำแพงแดง' ของฉัน
ก็คือ เป็น Sub Editor หรือชื่อในภาษาไทยว่า หัวหน้ากองบรรณาธิกร
ฉันจะถูกเรียกจากเพื่อน ๆ ว่า Sub

Sub Editor ต้องทำอะไรบ้างนั้น
ในตอนแรกฉันคิดว่า แค่เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ ดูแลโต๊ะข่าวต่าง ๆ
แต่พอมาลงมือทำจริง ๆ แล้ว การเป็น Sub Editor จะต้องทำหน้าที่เพื่อดูแลในด้านเนื้อข่าวทั้งเล่ม
ดูการเว้นวรรค การใช้คำย่อ การสะกดคำ ดูเนื้อข่าวทั้งหมด มันเป็นเรื่องยากมากเลยสำหรับฉัน
ความรับผิดชอบของการใช้คำทั้งเล่มกลายเป็นของฉัน
ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์การทำหนังสือพิมพ์เลย
พจนานุกรมเล่มใหญ่ กลายเป็นอาวุธคู่กาย ที่ต้องพกพาไปด้วยเสมอ
เพื่อทำหน้าที่ Sub Editor

แม้งานจะหนักหนาแค่ไหน สุดท้ายก็ผ่านพ้นไป
ต้องขอบคุณ 'กำแพงแดง'
หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติที่ไม่ได้สอนแค่เรื่องการทำหนังสือพิมพ์เท่านั้น
แต่สอนในหลาย ๆ เรื่อง รวมไปถึงเรื่องคน
การเรียนรู้ว่าใครเป็นยังไง รู้กันได้ผ่านการทำงานหนักนี่เอง


จัด Event Safe Sex Save Life





โลโก้และชื่องาน

นอกจากฉันจะเรียนวิชาเอกแล้ว ในช่วงปี ๓ ฉันยังต้องเรียนวิชาโทด้วย ซึ่งฉันเลือกเรียนวิชาโทการประชาสัมพันธ์ เหตุผลที่เลือกเรียนวิชาโทการประชาสัมพันธ์เพราะจากวิชาโทที่เปิดสอน สาขาการประชาสัมพันธ์ดูเป็นสาขาที่เหมาะกับฉัน ผู้ไม่เก่งงานด้านใช้เครื่องไม้เครื่องมือกะชาวบ้านเค้าที่สุดแล้ว

เมื่อเรียนวิชาโทการประชาสัมพันธ์ การจัด Event ก็ต้องตามมาเป็นของคู่กันอยู่แล้ว เทอมนี้ฉันก็ได้ลงมือจัดงาน Event ถึง ๒ งาน โดยงานแรกก็คืองาน Safe Sex Save Life นี่เอง ซึ่งงานนี้ฉันเป็นฝ่าย PR ของโครงการ มีหน้าที่ในการทำงานส่วนประชาสัมพันธ์ทั้งหมด

เพื่อน ๆ ทีมงานจัด Event

ระหว่างรองานเริ่ม
สิ่งที่เป็นเรื่องน่าสนใจของงานนี้คือ การจัด Road Show เพื่อประชาสัมพันธ์งาน ที่เราจัดขึ้นก่อนวันงาน ๒ วัน ในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เป็นการเดินแจกการ์ดเชิญมางานพร้อมกับถุงยางอนามัย การโรดโชว์ในครั้งนี้ เราได้รับเสียงตอบรับจากนักศึกษามาก จนถึงขนาดที่ถุงยางอนามัยหลายร้อยที่เราเตรียมไว้หมดไปอย่างรวดเร็ว

Road Show เพื่อประชาสัมพันธ์งาน






ดนตรีสด...กิจกรรมในงาน

การจัดงานผ่านไปด้วยดี มีคนมางานเกินกว่าเป้าที่วางไว้ แม้ว่าบางส่วนจะเป็นน้อง ๆ ที่เรียน PR และมาศึกษาดูงานก็ตาม และโดยภาพรวมของงานสำหรับฉันแล้ว การจัดงานครั้งแรก เตรียมงานกันไม่กี่วัน และไม่กี่คน แต่งานออกมาได้ในระดับนี้ฉันให้ผ่านและถือว่าโอเค แม้จะไม่ดีที่สุด แต่ก็ทำดีที่สุดแล้ว




'สวนนัน' ชื่อที่ไม่เคยได้ยิน


สมัยละอ่อนตอนอยู่ ม. ๖ ช่วงเวลาที่ต้องสอบแอดมิดชั่น เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ยอมรับเลยว่า 
ชื่อ มรภ. สวนสุนันทานั้นไม่เคยอยู่ในความคิดมาก่อน ฉันไม่เคยรู้จัก ไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อ


ชีวิตฉันมุ่งมันอยากเรียนสื่อสารมวลชน เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก ๆ แต่เมื่อต้องเลือกใส่มหาวิทยาลัยลงไป ๔ คณะ ฉันที่อยากเรียนแค่วารสารศาสตร์เท่านั้น ก็ต้องมานั่งเลือกดูว่ามีมหาวิทยาลัยไหนบ้าง ที่มีสาขาที่ฉันอยากเรียน และเพราะฉันอยากเรียนแค่ คณะสื่อสารมวลชน มช. เท่านั้น จึงลงเป็นอันดับที่ ๑ ไป อันดับที่เหลือฉันก็เลือกคณะ
ที่เปิดสอนวารสารจากใบคะแนนต่ำสูงของแอดมิดชั่นใส่ลงไป


สุดท้ายปรากฎว่าฉันสอบติดที่สวนสุนันทาซึ่งเลือกไว้เป็นอันดับที่ ๒ พอรู้ว่าสอบติดก็ต้องทำการบ้านเป็นอย่างมาก คือทำความรู้จักกับมหาวิทยาลัยที่สอบติด ว่าเป็นยังไง มีอะไรบ้าง


หลังจากนั้นก็เดินทางมาเป็นชาวสวน ใช้ชีวิตในรั้วอิฐสีแดง เป็นเวลาเกือบ ๓ ปีแล้ว

ขอบคุณสวนนัน ที่ที่สอนให้ฉันได้เรียนรู้ทั้งเรื่องในห้องเรียนและเรื่องชีวิต




พิพิธภัณฑ์...มิวเซียมสยาม

มิวเซียมสยาม คือพิพิธภัณฑ์ที่คิดว่าจะไปมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่ฉันย้ายมาเป็นสาวชาวกรุง
แต่เพราะอะไรไม่รู้ที่ฉันเองก็จำไม่ได้ เลยไม่ได้ไปสักที จนมาถึงเมื่อวันเด็กที่ผ่านมา
ก็มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ฉันจำเป็นได้ไป คือ ไปข้อศึกษาดูการจัดอีเวนท์วันเด็กของเขา


เมื่อไปถึงหลังจากศึกษาดูงาน เก็บภาพ เก็บข้อมูลงานเสร็จ ก็มีเวลาเหลือประมาณ ๒ ชั่วโมง
ก่อนที่จะต้องไปอบรมคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยในช่วงบ่าย บวกกับวันเด็กมิวเซียมสยามเปิด
ให้ทุกคนเข้าฟรี มิต้องเสียสตางค์ ฉันกับเพื่อนจึงตัดสินใจไปเดินชมภายในมิวเซียมกัน

ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ ที่ไปเที่ยวมิวเซียมสยามคิดยังไงบ้าง
แต่สำหรับตัวฉันความรู้สึกในวันนั้นก็มีทั้งส่วนที่ประทับใจ และเฉย ๆ

เหตุผลที่ฉันรู้สึกเฉย ๆ ก็เพราะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ
อีกหลาย ๆ ที่ในประเทศไทยสักเท่าไหร่

แต่นี่เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวของฉันคนเดียวเท่านั้น คิดว่าอีกหลาย ๆ คนที่ไป
คงประทับใจกับการจัดแสดงต่าง ๆ



อาหารอร่อยในโรงแรมแก้วเจ้าจอม

อาหารในโรงแรมแก้วเจ้าจอม

ชีวิต ๒ ปีกว่าที่ผ่านมาในรั้วสวนสุนันทา ไม่เคยคิดเลยที่จะไปกินอาหารที่โรงแรมสวนสุนันทา ทั้ง ๆ ที่โรงแรมตั้งอยู่หน้าตึกที่ตัวเองเรียนแท้ ๆ เหตุผลที่ตอนแรกไม่เคยคิดจะไปกินเลยก็คือ พอมองจากสภาพโรงแรมแล้วมันเอิ่มมมมม และก็คิดว่าราคาคงแพงด้วย

แต่พอช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ได้ไปกินฟรีหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ได้รู้ว่า อาหารที่โรงแรมสวนสุนันทานี่รสชาติใช้ได้เลยนะเคอะ ทั้งน้ำพริกลงเรือ ที่เล่ากันต่อ ๆ มาว่ามหาวิทยาลัยของเราเป็นต้นตำรับ รสชาติกำลังดี มีไข่เค็มโรยหน้า ผอมผักเครื่องเคียงมากมาย ถ้าใครได้ลิ้มชิมรสแล้วจะติดใจ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ทะเลผัดผงกะหรี่นั้นก็อร่อย มีเนื้ออาหารทะเลเยอะและไม่เลี่ยนผงกะหรี่  ต้มยำ แกงส้มชะอมกุ้ง ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา หมูทอดกระเทียม และอีกหลายเมนู



ฉันกับเพื่อน
 
หลังจากที่ไปกินฟรีมาหลายครั้ง โรงแรมสวนสุนันทาก็กลายเป็นร้านอาหารเกือบประจำของฉันและเพื่อน ๆ ในกลุ่มไปเลยทีเดียว เพราะราคาก็ไม่แพงอย่างที่เคยคิด เมื่อหารกันแล้วก็ไม่เกิน
คนละ ๗๐ บาท และเพราะรสชาติที่อร่อย

อ. อ็อบ ไปทานด้วย
อยากแนะนำเพื่อน ๆ ชาวสวนนันและใครที่ผ่านไปมาแถว ๆ มหาวิทยาลัยของเรา ให้ไปลองชิมดู ไม่ลองไม่รู้นะคะ ราคาไม่แพงเลย และอร่อยมากจริง ๆ

โบสถ์...ฉันเป็นคริสเตียน

หากพูดถึงศาสนาคริสต์ อาจดูเป็นศาสนาที่หลาย ๆ คนในประเทศไทยไม่ค่อยรู้จักนัก เพราะประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ชาวไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ฉันเองก็ได้รู้จักศาสนาคริสต์แบบจริง ๆ จัง ๆ ตอนประถมปลาย และหลังจากที่ได้ลองเปิดใจรู้จักดูแล้ว
ก็ได้ตัดสินใจที่จะเป็นชาวคริสต์ หรือ ที่เรียกกันว่าคริสเตียน มาตั้งแต่ตอนนั้น

พระเยซู


มองย้อนไปแล้วก็รู้สึกดี และขอบคุณพระเจ้าจริง ๆ ที่ให้ฉันได้รู้จักพระองค์ตั้งแต่เด็ก ๆที่บอกว่าขอบคุณพระเจ้านั้นเพราะพวกเราชาวคริสเตียนมีความเชื่อว่า การที่เราได้รู้จักพระเจ้านั้น เป็นเวลาและเป็นเรื่องที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ เหตุผลที่ฉันบอกว่ารู้สึกดีที่ได้รู้จักพระเจ้าตั้งแต่เด็ก ๆ นั้น เพราะมันทำให้ฉันได้รับการสอน การเสริมสร้างชีวิต โดยหลักการในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่่งฉันก็คิดว่ามันดีมากกว่าการที่ฉันมาถูกสอน ถูกสร้างตอนโต ดังสุภาษิตไทยที่บอกไว้ว่า 'ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก'

ฉันและพี่น้องที่โบสถ์


การถูกสอนถูกสร้างตามหลักการพระคัมภีร์ตั้งแต่เด็ก ๆ  ทำให้การดำเนินชีวิตแบบคริสเตียนกลายเป็นธรรมชาติชีวิตสำหรับฉัน ทั้งเรื่องการอธิษฐาน ที่คริสเตียนเปรียบว่าเป็นดังลมหายใจ เป็นการพูดคุยกับพระเจ้าซึ่งเราเชื่อว่าพระองค์เป็นพ่อของเรา เป็นพ่อที่เราสามารถพุดคุย และขอความช่วยเหลือ ได้ในทุก ๆ เรื่อง หรือจะเป็นการอ่านพระคัมภีร์ ที่คริสเตียนเปรียบกันว่าเป็นการกินอาหารฝ่ายวิญญาณ ถ้าเรากินข้าว กินอาหารที่มีประโยชน์มาก ๆ เราก็จะเติบโตแข็งแรง เราก็เชื่อว่าการที่เราอ่านพระคัมภีร์ ศึกษา ใคร่ครวญ และ ทำตาม ก็จะทำให้เราเติบโตและแข็งแรงเช่นกัน แต่เป็นในฝ่ายวิญญาณ ฝนเรื่องของความเชื่อ การเติบโตที่จะมีมากขึ้น ๆ รวมไปถึงเรื่องการไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ และการไปกลุ่มแคร์หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มสร้างสรรค์ชีวิสคริสเตียนที่จะมี 1 ครั้งระหว่างสัปดาห์ โดยกลุ่มแคร์จะแบ่งเป็นกลุ่ม จากกลุ่มคนที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน วัยใกล้เครียงกัน ซึ่งในโบสถ์ของฉันจะมีกลุ่มแคร์หลายกลุ่ม หลายช่วงวัย

ความเชื่อของคริสเตียน


หลาย ๆ คนมักจะถามฉันว่า เชื่อพระเจ้า เป็นคริสเตียนนี่เคยเห็นพระเจ้าหรอ ตอบได้เลยว่ามองไม่เห็นพระเจ้าหรอก แต่สัมผัสได้ รับรู้ได้ เมื่อเปิดใจและแสวงหาพระองค์

อธิษฐาน


หากคุณอยากรู้จักพระเจ้านั้นไม่ยากเลย แค่เปิดใจต้อนรับพระองค์เข้ามาในชีวิตคุณเท่านั้นเอง พระเจ้ารักคุณ และรอคอยให้คุณมาหาพระองค์อยู่เสมอ และพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณ


พระเจ้ากอดเรา